จักรวาลมาร์เวลเต็มตัวเรื่องแรก ด้วย ไออ้อนแมน

Dianne Nichols

เจักรวาลมาร์เวลสุดกำลังเรื่องแรก ด้วย ไออ้อนแมน
หนังเก็บทั้งเงิน และ ข้อวิจารณ์ถ้วนหน้า ในปีนั้น (แม้กระนั้นถูกTDKกลบกระแสอยู่เช่นกันตอนนั้น)

จุดเด่นที่สุดของ iron man 1 คือความลงตัวและกระชับของหนัง ที่ทุกฉากทุกตอน เป็นการเดินหน้าเต็มดูดทั้งเรื่อง
เทคโนโลยีต่างๆของสตาร์คยังสามารถทำให้ทึ่งได้อีก ฉากแอ๊คชั่นน้อย แม้กระนั้นเนื้อๆเน้นย้ำๆแถมเคมีของทุกนักแสดงยังเป๊ะอีกด้วย

หนังเริ่มมาด้วยการเสนอแนะ โทนี่สตาร์ค เพลย์บอยขาใหญ่ จอมกร่าง กวนซ่นติง
อีกหนึ่งเสน่ห์ของ iron man 1 ที่ทำให้เรารู้จักกับหลายนักแสดง ผ่านการคุย (เท่าที่นึกออกผู้กำกับการใช้บทสำหรับพูดแบบด้นสด มีแค่เพียงสคริปหนังเพียงแค่นั้น) ทำให้รู้สึกว่านักแสดงพวกนั้นเป็น เจ้านาย/เพื่อน/ลูกน้อง กันจริงๆ

และอีกประเด็นนึงที่เป็นทั้งเรื่องสำคัญ และ แรงผลักดันของโทนี่เป็นไม้ตะพด
ในฉากแรก ที่โทนี่พูดกับผู้สื่อข่าว คริสตินว่า สันติ คือการที่มีไม้ตะพดใหญ่มากยิ่งกว่าคนใดกัน”
ไม้ตะพดก็คือ อาวุธ จากที่โทนี่พูด การมีอาวุธที่รุนแรง ย่อมทำให้คนที่มีมัน มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นอันตราย
และผู้ครอบครองไม้ตะพดที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ป๋าเมกาของเรานี่แหละ
แม้กระนั้นเมื่อโทนี่โดนจับไป และ มองเห็นอาวุธที่ตัวเองสร้าง ตกอยู่ในมือพวก เท็น ริงก์ ทำให้โทนี่คิดทบทวนว่าสรุปแล้วไอไม้ตะพด มันกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสันติแน่หรอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

Avengers: Endgame พูดสรุปอย่างท้อถอย เหล่าซูเปอร์ฮีโร่

Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้อย่างง่ายๆก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการสานต่อรายละเอียดของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่เกือบจะไม่หลงเหลือความปรารถนาใดๆให้กับผู้ชม อเวนเจอร์ 4 กล่าวสรุปอย่างย่อท้อ เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษทั้งทีมอเวนเจอร์สและทีมกัปตันอเมริกา (ซึ่งแตกแยกในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตนเองนอกโลก แม่ทัพนายกองคนไม่ใช่น้อยจะต้องกลายสภาพเป็นขี้เถ้าละออง เพราะเหตุว่าพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมคนร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับไว้ด้วยเพชรนิลจินดาครอบครองพิภพอีกทั้ง 6 ก้อน หรือถ้าหากจะกล่าวให้ครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษราวครึ่งค่อนที่ม้วยมรณามรณา แต่ครึ่งเดียวของสรรพชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จะต้องพลอยตายไปด้วย จากแนวนโยบายอันเหี้ยมโหดและทารุณของจอมบงการธานอส ผู้ซึ่งเห็นว่าโน่นเป็นหนทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลคืนสู่ความสมดุลและอยู่รอด พูดง่ายๆในแง่ของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีวันเลือกมากเท่าไรนัก เว้นแต่เก็บส่วนประกอบที่หักพังทลายและบาดหมางจากภาคก่อนหน้า และค่อยๆนำมาผสานให้เข้าที่เข้าทาง และในขณะที่การเริ่มต้นเอ่ยถึงรายละเอียดของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มมีความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยคำตอบปมหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกและกรรมวิธีที่คนทำหนังพาเหล่าตัวละครออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า และเป็นจุดเริ่มต้นของในเวลานี้ เว้นแต่มิได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน หรือระบุให้ชัดเจนอีกนิด จุดเริ่มต้นรายละเอียดของ Avengers: Endgame มิได้มีสถานะเป็นความลับพอๆกับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้สร้างก็ทิ้งปมไว้ใน End Credit ของในตอนที่แล้วพอสมควร และน่าไว้วางใจว่ามิได้เป็นเรื่องเหนือความหวังสำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักเท่าไร แต่ว่ากันตามจริง คนทำหนังจะต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อเรื่องดำเนินไปต่อได้ ข้อความสำคัญจึงอยู่ที่ว่ามันมองแนบเนียนและสมเหตุสมผล หรือเป็นเพียงการหักหลังคนดูอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็อาจจะต้องพูดว่าคนทำหนังสามารถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างลอยนวล ใคร่ครวญจากสถานะของการเป็นตอนในที่สุดของแฟรนไชส์ ซึ่งถูกเรียกร้องให้จะต้องทำหลายประเภทพร้อมเพียงกัน ตั้งแต่การหาทางออกให้กับปมปัญหาของเรื่อง ผู้กระทำระจายบทให้ตัวละครซึ่งมีเยอะแยะได้มีเวลาและพื้นที่ของตนเอง ไปจนกระทั่งการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้รำ่ลาบรรดาตัวละครที่อุตส่าห์คลุกคลีมาร่วมสิบปี แถมด้วยในระหว่างนี้ คนทำหนังก็ยังจะต้องรอหยอดมุกตลกขบขันสลับกับการสอดแทรกประเด็นดราม่าเข้ามาเพื่อหนังมีจังหวะจะโคนขึ้นลงที่น่าติดตาม และโน่นยังไม่ต้องเอ่ยถึงฉากแอ็กชันที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังมาตั้งแต่ต้น โดยปริยาย Avengers: Endgame เป็นหนังที่เลี่ยงสภาวะอุ้ยอ้ายและเทอะทะได้ลำบากยากเย็น ส่วนที่น่าทึ่งก็คือ หนังสามารถจัดแจงกับข้อจำกัดและข้อเรียกร้องต่างๆที่พ่วงมาจากตอนก่อนหน้าได้อย่างเข้มข้น รัดกุม แนบเนียน คมคาย (หรือรายละเอียดที่รุ่มร่ามนิดๆหน่อยๆก็เป็นสิ่งเป็นที่ยอมรับได้) และก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างเชื่อมั่นในตัวเองและอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วงเวลา 3 ชั่วโมงกับ 1 นาทีของหนังพ้นไปเช่นเดียวกันกับติดปีกโบยบิน เหนืออื่นใด นี่เป็นหนังซูเปอร์วีรบุรุษที่สามารถใช้คำว่าประทับใจซาบซึ้ง และน่าไว้วางใจว่าคนดูจำนวนหลายชิ้นคงจะเดินออกมาจากโรงภาพยนต์ด้วยความรู้สึกห่วงหาอาทร No related posts.
อเวนเจอร์ 4

Subscribe US Now